How to
การเตรียมตัวเด็กสู่สนามสอบสาธิต
1. ทบทวนความรู้พื้นฐานในโรงเรียน คณิตศาสตร์ ภาษาไทย เชาวน์ปัญญา โครงงานต่าง ๆ เด็ก ๆ จะได้ตรวจสอบความรู้ และเตรียมความพร้อมของตัวเอง เมื่อพบจุดอ่อนก็สอนเสริมให้เข้าใจ
2. สร้างแผนที่การทางเดินการสอบสาธิตให้เด็กเข้าใจ เพื่อจะได้ไม่กังวล สับสนจนหลงทาง วิธีการก็คือ รวบรวมแนวข้อสอบสาธิตทั้งหมด ตั้งแต่แบบง่าย ๆ และแบบยากปานกลาง สอนปูทาง สร้างความเข้าใจพื้นฐานให้เด็ก ๆ ชวนกันคิดแบบเร็วๆ ตื่นตัว ผู้สอนจะต้องศึกษา และหาเทคนิคการสอนมาก่อน เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เทคนิค และความฉลาดในการแก้ปัญหาจากผู้สอน ไปเป็นต้นทุนเอาไว้ต่อยอดเพื่อ ความอุ่นใจสอนจนครอบคลุมเนื้อหาก็ปรบมือแสดงความยินดีกับเด็ก ๆ แล้วบอกเีค้าว่า " นี่ไงข้อสอบสาธิต ไม่มีอะไรน่ากลัวเลยใช่ไหม "
3. ทบทวนซ้ำสิ่งที่เข้าใจแล้ว แบบกระตุ้นความคิด เช่น เปิดเล่มที่ลูกทำไปแล้ว และชวนกันสรุปเนื้อหา ข้อที่เคยทำผิดให้รื้อฟื้นความจำว่าทำไมถึงทำผิด ทำความเข้าใจแบบละเอียดอีกครั้ง กลับมาทบทวนเป็นระยะ ๆ การเก็บข้อมูลในความจำของเด็ก ๆ จะแม่นยำมากขึ้น
4. นำแบบทดสอบใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อนให้เด็ก ๆ ได้ทำเพื่อฝึกฝน การนำความรู้มาประยุกต์ ใช้ได้จริงและถูกต้อง ผู้ปกครองคอยให้กำลังใจ และข่วยเฉลยคำตอบ อธิบายทำความเข้าใจข้อที่ผิด ชวนเด็ก ๆ หาซื้อหนังสือข้อสอบต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการทำแบบทดสอบ
5. ให้เด็ก ๆ ฝึกความรับผิดชอบ และซื่อสัตย์ต่อตัวเอง โดยการทำแบบทดสอบเอง และเมื่อทำเสร็จให้ทบทวนซ้ำ และให้เค้าดูเฉลยเปรียบเทียบความถูกต้องด้วยตนเอง พยายามให้กำลังใจและแนะนำให้เด็กรับผิดชอบด้วยตัวเอง รวมคะแนนทั้งหมดด้วยตัวเอง เมื่อเด็ก ได้ฝึกฝนความรับผิดชอบการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ตรวจสอบเอง แก้ปัญหาเอง ไม่นานคุณอาจพบว่าลูกหลานคุณจะมาบอกว่าหนังสือที่ซื้อมาให้เฉลยผิด หรือ ตั้งคำถามไม่ชัดเจน แล้วคุณจะต้องช่วยเค้าหาข้อสรุปที่ชัดเจนว่าตกลงที่ถูกเป็นอย่างไรกันแน่ นี่ล่ะจะยิ่งสนุกกับการ ทำข้อสอบ
6. คุณพ่อคุณแม่อาจช่วยเด็ก ๆ รวบรวมเรื่องที่ทำผิด หรือเด็กคนไหนสามารถรวบรวมได้เองจะยิ่งดีมาก ช่วยลูกวิเคราะห์หาข้อผิดพลาดแล้วให้ลูกเก็บรวบรวมเป็นหัวข้อ หยิบมาทบทวนและตอกย้ำความเข้าใจเสมอ ทุกครั้งที่หยิบมาทบทวน สอนให้เค้าคิดใหม่ ตัดสินใจใหม่ทุกครั้ง ห้ามใช้ความจำในการตอบเด็ดขาด ห้ามเดา ห้ามคิดเอาเอง ต้องลงมือทำใหม่ทุกครั้ง ให้เค้าสร้างศิลปะและจินตนาการ สร้างภาพเปรียบเทียบ เด็ก ๆ จะมีการพัฒนาในการทำข้อสอบถูกมากขึ้น ถึงแม้จะได้เพิ่มมาอีกครั้งละไม่กี่เปอร์เซ็น แต่สำหรับการสอบต้องสอนลูกว่าทุกคะแนนมีความสำคัญมาก ตรงกันข้ามในทุกครั้งที่่ประมาทหรือเผลอเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่นอาจหมายถึง " สอบไม่ติด " ลองถามลูกว่า มันจะคุ้มไหมที่ลูกตั้งใจทำมาจนขนาดนี้ แต่ต้องมาพลาดเพราะอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ คือ ความเผลอเรอ หรือ ประมาท
7. ถึงเด็ก ๆ จะเรียนรู้ฝึกฝนมามากขนาดไหน เก่งขนาดไหน คุณจะพบว่าทำถูกได้ 90 % นี่ก็สุด ๆ แล้ว จะทำเพิ่มให้ได้ 95 % ทำไม่ถึงสักที นั่นเพราะความเป็นเด็ก ถึงอย่างไรก็ยังคงเป็นเด็ก เราไม่สามารถสอนให้เด็ก ๆ ทุ่มเท เอาจริงเอาจังตลอดเวลาอย่างผู้ใหญ่ได้แต่สามารถหาเทคนิค กระบวนการคุมความคิด กระตุ้นความคิด การจัดการกับความรอบคอบ ด้วยการฝึกฝน ให้แก่เด็ก ๆ ปฏิบัติจนเป็นนิสัย จนสามารถหยิบมาใช้ได้โดยอัตโนมัติ
เมื่อทำมาได้ทั้งหมดนี้แล้ว อย่าเพิ่งใจร้อน แล้วเรามาติดตามกันต่อว่าจะทำอย่างไร ถึงจะทำให้เด็ก ๆ มีโอกาสทำข้อสอบถูกถึง 95 %
About Us
รู้จักเรา...เตรียมสาธิตดอทคอม
เตรียมสาธิตส่งเสริมการเรียนรู้รอบด้านเพื่อเตรียมความพร้อมทั้งด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ความรู้รอบตัว ไหวพริบ สติปัญญา และเชาว์ปัญญา...พัฒนาศักยภาพให้เด็ก ๆ มีความเฉลียวฉลาด สามารถคิดแก้โจทย์ แก้ปัญหาใหม่ ๆ ที่ไม่เคยพบมาก่อนได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และสามารถหาวิธีแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้หลากหลายวิธี ไม่ต้องท่องจำ ไม่ต้องจำคำตอบ ไม่ต้องทำตัวอย่างโจทย์และตัวอย่างข้อสอบมากมายแบบกองเท่าภูเขาย่อม ๆ แต่คิดเองไม่เป็น แก้ปัญหาที่ซับซ้อนไม่ได้ฝึกให้เด็ก ๆ จัดระเบียบความจำ มีเทคนิคการคิด มีความมุ่งมั่นสนุกกับการแก้ปัญหา เอาชนะอุปสรรค ไม่กลัวความยาก ไม่ประมาทเรื่องง่าย ๆ มีแรงบันดาลใจ และความรับผิดชอบด้วยตัวของตัวเอง ไม่ต้องให้คุณพ่อ คุณแม่ หรือคุณครูคอยกระตุ้น และที่สุดของการเรียนรู้ เด็ก ๆ สามารถเข้าใจได้ว่า เราแข่งขันกับตัวเอง ไม่แก่งแย่งแข่งขันกับเพื่อน ๆ มีน้ำใจที่จะแบ่งปันความรู้ ยิ่งให้เพื่อนมากเท่าไร ตัวเองยิ่งได้มากเท่านั้น การสอบจึงไม่มีแรงกดดัน มีแต่ความท้าทาย และความสนุก มีความสุขในการสอบ ถ้าคุณอ่านข้อความมาถึงตรงนี้แล้วบอกกับตัวเองว่า " มันเป็นไปไม่ได้กับเด็กอนุบาล ที่จะเตรียมสอบเข้า ป. 1 แล้วคิดอย่างนี้ " แต่มันเป็นไปแล้วเมื่อน้องโชแปง เด็กที่คุณครูและเพื่อน ๆ มองว่าเป็นเด็กร่าเริง ซุกซน ธรรมดา ไม่มีแววฉลาดหรืออัจฉริยะใด ๆ ทั้งสิ้น ยิ่งกว่านั้นก่อนวันสอบเข้าสาธิตฯ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นก่อนสอบได้ 3 วัน ด้วยโรคไข้เลือดออก แต่น้องก็สามารถดึงศักยภาพที่คุณพ่อ คุณแม่ และคุณครู เตรียมความพร้อมเอาไว้มาใช้ ฝ่าฟันอุปสรรคสอบเข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬา ฯ ได้อย่างที่น้องตั้งใจ และที่เซอร์ไพร์สที่สุดก็คือ ตอนสอบเสร็จน้องออกมาบอกกับคุณพ่อที่เป็นติวเตอร์คู่ใจว่า " โชแปงขอโทษด้วยนะครับ ที่ทำผิดไป 2 ข้อ ตอนนั้นยังงง ๆ อยู่ รู้ว่าทำผิด โชแปงจะย้อนกลับไปแก้ แต่คุณครูในห้อง ไม่ให้เด็ก ๆ ย้อนไปเปิดหน้าอื่นที่ไม่ใช่หน้าที่คุณครูให้เปิด ตอนพักก็ไม่ให้เปิดข้อสอบ สงสัยคุณครูกลัวว่ายิ่งแก้จะยิ่งผิด ไม่เป็นไรนะป๊า..."คุณพ่อฟังแล้วหัวเราะ บอก " ป๊ายอมให้ผิด 5 ข้อ เอ้า...แต่ถึงผลสอบจะออกมาเป็นยังไง ลูกจะสอบได้หรือไม่ได้ ครอบครัวเราเดินมาจนถึงวันนี้ ป๊าก็ภูมิใจในตัวลูกที่สุดแล้ว มาตีมือกันหน่อย...เราจะเดินหน้ากันต่อไปนะ เพราะยังไงโชแปงก็เป็นลูกชายคนเก่งของป่าป๊าอยู่แล้ว..."วันที่ไปดูคะแนนสอบ คุณพ่อไปแต่เช้าแทบจะเป็นคนแรก แต่ไปเข้าแถวรอลุ้นเป็นคนที่สิบกว่า ๆ เมื่อเห็นคะแนนสอบบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ถึงกับนิ่งและขอร้องอาจารย์ที่ให้ดูผลสอบว่า " ขอโทษครับ ขอตรวจสอบซ้ำอีกครั้งได้ไหมครับ.." อาจารย์ยิ้มแล้วตอบว่า " ได้อยู่แล้ว เอ้า คุณพ่อบอกรหัส ชื่อ-นามสกุล สะกดมาด้วย.. เอ้าผลก็เป็นอย่างเดิมเห็นไหมยืนยันน้องทำได้ 38 เต็ม 40 คะแนน คะแนนสูงสุด 38 คะแนน ยินดีด้วยน้องเค้าใช้ได้เลยนะ น้องเค้าใช้ได้เลยนะช่างเป็นคำแสดงความยินดีที่เหมาะสมและน่าชื่นใจเป็นที่สุด ในความรู้สึกของคุณพ่อ" น้องเค้าใช้ได้เลยนะ " คุณเชื่อคุณพ่อน้องไหม ? เค้าบอกว่าเด็ก ๆ ทุกคนสามารถพัฒนาศักยภาพ ด้วยการเตรียมความพร้อม ไม่ใช่ติวความพร้อมและทุกคนจะมีโอกาสได้รับคำชื่นชมง่าย ๆ แต่ประทับใจ เช่นเดียวกัน คุณคิดว่า " เตรียมความพร้อม " กับ " ติวความพร้อม " อะไรจะดีกว่ากันมาคุยกันได้ที่ support@triamsatit.com
